ออมมิเริ่มเรียนบัลเลต์ตั้งแต่อนุบาล 3 ที่โรงเรียนมาแตร์เดอี พอเข้า ป.1 คุณแม่ก็อยากให้ทำกิจกรรมและประกอบกับตอนนั้นตัวเล็ก ตอนเด็กๆ เป็นคนไม่ค่อยกินข้าว คุณแม่กลัวก็เลยคิดว่าควรไปออกกำลังกายจะได้เหนื่อย แล้วกินข้าวจะได้ตัวสูงๆ ตอนป.1 ออมมิก็เลยได้ไปเรียนบัลเลต์กับเพื่อน 20 กว่าคน เริ่มเรียนที่โรงเรียนวราพร-กาญจนาบัลเลต์สกูล หรือคนไทยรู้จักกันว่าโรงเรียนบัลเลต์หลังสวน เริ่มตั้งแต่เลเวลแรก ซึ่งชื่อว่า Pre-Primary เวลาเราไปเรียนเหมือนได้วิ่งโบกผ้าแล้วจินตนาการว่าเป็นเจ้าหญิงบ้างอะไรบ้าง เหมือนไปวิ่งเล่นกับเพื่อน ออมมิก็รู้สึกตกหลุมรักทันทีเลยรู้สึกสนุกและมีความสุข
โบยบินสู่ต่างแดน
จุดหักเหจริงๆ คือตอนที่ออมมิสอบ RAD ระดับ Advance กับ Solo Seal ที่ผู้ทดสอบจากต่างประเทศบินมาสอบ แล้วเขาก็คุยกับคุณครูออมนิว่าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์มาก เขาก็แนะนำให้ไปเรียนต่อที่ The Royal Ballet School ที่ลอนดอน ถือว่าตอนนั้นเป็นจุดหักเหที่เราจะเรียนเป็นมืออาชีพ ตอนนั้นอายุ 15 ก็เลยบินไปที่ประเทศอังกฤษอยู่ที่ลอนดอน
เข้าไปสักประมาณเดือนครึ่งก็มีการแข่งขัน Adeline Genee International Ballet Competition ซึ่งคนที่จะประกวดเข้ามาต้องมีอายุ 15-19 เท่านั้น ออมมิเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในการแข่งขัน คุณครูบอกว่าไหนๆ เราจะเข้าไปอังกฤษอยู่แล้วทำไมไม่ไปแข่งหาประสบการณ์ไปเลย เราก็โอเคเข้าไปแข่งโดยไม่ได้คิดอะไรแต่ก็ได้ชนะเลิศเหรียญทองมา แล้วก็เป็นปีที่สร้างประวัติศาสตร์ตรงที่ว่าเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดของการแข่งขันนี้เลย ซึ่งปีนั้นครบรอบ 70 ปีของการแข่งขันด้วย และก็เป็นคนไทยคนแรกที่ได้เหรียญทอง
หัวใจสำคัญของนักบัลเล่ต์
การเต้นบัลเลต์ไม่ได้ขึ้นอยู่ว่าเตะขาได้สูงแค่ไหน เพราะเด็กสมัยนี้ก็ทำได้ แต่คนที่เป็นพริ้นซิเพิ้ลแดนเซอร์คืออาร์ทติสท์ที่จุดนี้มันอธิบายยากมาก สอนเทคนิคสอนได้หมด แต่จะสอนความเป็นศิลปิน ความมีออร่าเป็นนางเอกมันสอนกันไม่ได้ มันต้องมาจากข้างใน






บัลเล่ต์ ถือได้ว่าเป็นศิลปอย่างชัดเจนในระหว่างศริสต์ศตวรรษที่ 18 วิธีการเป็นแบบฉบับมากขึ้นและยากขึ้น เช่น Mrie Carmago และ Marie Salle ได้ปฏิวัติเครื่องแต่งกายหญิงให้สามารถเคลื่อนไหวได้เป็นอิสระมากขึ้น ขณะเดียวกันกับที่ Jean Noverre,Franz Hilferding พยายามพัฒนาบัลเล่ต์ ไปสู่ความมีแบบฉบับที่ชัดเจนที่เรียกว่า Ballet d’ action
บัลเล่ต์ เป็นการเต้นคลาสสิคและถือกำเนิดขึ้นในหมู่สังคมคนชั้นสูงในประเทศอิตาลี หลังจากนั้นได้รับการพัฒนาให้เป็นการแสดงบนเวทีในประเทศฝรั่งเศส อังกฤษ และรัสเซีย บัลเล่ต์เป็นการเต้นที่มีเทคนิคชั้นสูงและมีคำศัพท์โดยเฉพาะ ปกติจะแสดงร่วมกับดนตรีคลาสสิค
การออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อร่างกายและอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะสมอง ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมและสั่งการการเคลื่อนไหวรวมทั้งรักษาสมดุลภายในร่างกาย ขณะที่ หัวใจ ก็ทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ดังนั้น ทั้ง สมอง และหัวใจจึงเป็นอวัยวะที่สำคัญอย่างยิ่ง และควรได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีที่สุด วันนี้เคล็ดลับสุขภาพดีมีรูปแบบกีฬา และการออกกำลังกายที่ช่วยพัฒนาสมองให้ฉับไวและเสริมหัวใจให้แข็งแรงมาฝากกันด้วยค่ะ






